2006/Aug/02

อยู่ทน หรือ ทนอยู่

วลีเด็ด...จากใบปิดหนังเรื่องล่าสุดที่ได้ไปลิ้มมา และขอบอกว่าประทับจิตเอาซะมาก ๆ

kodruk.jpg

ตัวหนังสือต่อไปนี้กะลังจะพูดเกี่ยวกับเรื่อง "โครตรัก เอ็งเลย" ถ้าใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ แล้วไม่ชอบรู้เรื่องก่อนขอบอกว่า entry นี้คุณอย่าอ่านเลยคะ เพราะอีชั้นจะพูดให้หมดเปลือกถึงความน่ารักและประทับใจในหนังเรื่องนี้

อารมณ์แรกหลังจากได้รับ forward mail ที่มาในรูปแบบของ mv.เพลงเขียนถึงคนบนฟ้า แว๊บแรกที่เปรยขึ้น

"แม๊ม...เอ๊ย เฉลยหมดซะอย่างนี้ก็รู้เรื่องหมดเลยดิ๊วะ"

เพราะใน mv.นี้บอกซะหมดเลยว่า "แดง" ภรรยาของพี่โน้ต อุดมในเรื่องขับรถตกเขาตาย

แต่พอนั่งดู mv.ต่อมาอีกอึดใจ ก็ต้องน้ำตาไหล เพราะรู้ว่าเป็นหนังที่มาจากเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ชายที่ชื่อ พิง ลำพระเพลิง

"โอ้ว...คุณพระ ทำไมมันช่างเศร้าอย่างนี้" ก็เล่นใส่ภาพที่พี่พิงกำลังกำกับไปด้วยน้ำตา เพราะเป็น location จริง (บ้านของพี่พิงนั่นเอง) หนำซ้ำเมื่อดูเครดิตท้ายของเพลงยังได้รู้ว่า เอ๊า นี่มันผลิตผลชนเผ่าของเราเองนี่หว่าที่แต่งเพลงนี้ แล้วพี่พิงก็ร้องเพลงนี้เองซะได้อารมณ์

เลยได้แต่เฝ้ารอให้ถึงวันที่หนังเรื่องนี้ลงโรง เพราะคันมากแล้ว อยากไปดูสุด ๆ

เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ ผ่านไปเกือบครึ่งเรื่องรู้สึกเหมือนโดนฟาดหัวอย่างจัง ด้วยวิธีเล่าเรื่องของพี่พิง ที่ดูทันสมัยดีจัง (ขอย้ำว่าชอบวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ รู้สึกว่าไม่บ้านดี เพราะพี่เค้าเล่าเรื่องสลับไปมาและพร้อมที่จะหักมุมอยู่ตลอดเวลา)

kodruk4.jpg

ไอ้ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบดูหนังมากบวกกับการที่ชอบคิดและเดาหนังไปก่อนล่วงหน้า ซึ่งเป็นข้อเสียของเด็กนิเทศฯ มาก ๆ ทำให้อรรถรสของหนังเรื่องนั้นหายไปในบัดดล ถ้าหากเราเดาถูกทาง

เรื่องนี้อีชั้นเดาได้พอเลา ๆ ว่า "แม๊ม...หลอกว่าเมียตายไม่พอ หักมุมมาหลอกว่าพี่โน้ตตายอีก คราวนี้แม๊งก็คงลูกตายแล้วหละ" เลยรู้สึกนิ่ง ๆ ไป แต่พอท้ายสุด ถึงกับ amazing ที่เดาไม่ถูกว่าเค้ามีลูกฝาแฝด แล้วไอ้ที่กรูร้องไห้ไป 2 รอบนั้นหนะ...เป็นลูกเค้าตาย ไม่ใช่รงค์ (พี่โน้ต)หรือแดง (ภรรยา)ตาย ใด ๆ ทั้งสิ้น

kodruk2.jpg

โอ้ว...กรูโดนฟาดหัวอย่างจังอีกแล้ว แต่ดีจัง ไม่รู้สึกว่ามีรูโหว่ใด ๆ ในเรื่องของบทเลยซินะ เพราะพี่พิงเค้ามาจากสายคนเขียนหนังสือ เขียนบทละครโทรทัศน์อยู่แล้วนี่ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องข้อบกพร่องในเรื่องนี้ (อันนี้ไม่ได้อวยกันนะคะ ชอบจริง ๆ)เพราะหลายคนกลัวว่าเรื่องนี้จะออกมาเป็นละคร แต่นี่ออกมาเป็นหนังจริง ๆ คะ และเป็นหนังที่คนในวัยใกล้เลข 3 อย่างอีชั้น เดินจูงมือตาบวมออกมาจากโรงหนังกะแฟนได้อย่างไม่อายสายตาประชาชี แถมยังรู้สึกสอดคล้องกับชื่อเรื่องเข้าอย่างจังว่า อืม...เค้าโคตรรักตัวเองเลยหวะ ซึ่งเป็นการตอกย้ำสถาบันครอบครัวได้เป็นอย่างดีจริง ๆ

kodruk3.jpg

มันทำให้เรารู้สึกว่าคนใกล้ตัวเรานี่แหละที่เราต้องถนอมน้ำใจเค้าให้มาก ๆ รักเค้าก็แสดงออกไปดิ๊ ไม่มีใคร perfect ไปหมดทุกอย่าง (โอย..ซอยข่อยแน! อยากจะ sad อีกซักรอบ)

สะเทือนใจแรก...ทำไมนางเอกตายเร็วอย่างนี้วะ เพิ่งทะเลาะกันมาจะจบแบบนี้ไม่ได้ ยังไม่เครียร์ ช้านไม่ยอม

สะเทือนใจที่สอง...อ้าว พี่โน้ต พระเอกในดวงใจของชั้นเองหรอกเหรอที่ตาย นี่หลอกกรูนี่ ว่าเมียตาย ไม่ได้นะ พี่โน้ตของช้านจะมาโดนรถชนตายแบบนี้ไม่ได้นะ เรื่องกำลังจะไปได้ดีแล้วไง

สะเทือนใจที่สาม...การเอา character ของคนตลกมาตอกย้ำให้เรารู้อยู่ทนโธ่ว่าเค้าเศร้า (เลยรู้เลยว่า คนไทยแม๊มยังดูหนังไม่เป็นอีกซักครึ่งโรงได้มั๊ง รู้เลยว่ากะมาขำหน้าพี่โน้ต แต่เค้าเศร้าอยู่โว๊ย เมิงขำเชี่ยอะไรกัน เค้าเศร้ามรึง เค้าเศร้า นกเอี้ยงกะลังจะบินมาเกาะอยู่ทนโธ่)

สะเทือนใจที่สี่...ภาพการเคยนอกใจแฟน fash back มาบาดใจตัวเองซะจนรู้สึกแย่ซะแย่ยิ่งกว่าอะไรซะอีก

สะเทือนใจที่ห้า... scence ที่ต้องทนจูบกับแฟนเราทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งนอกใจเค้าอยู่หยก ๆ คุณพระ นี่ชั้นกำลังทำอะไรอยู่(อาการเห็นอก เห็นใจพี่โน้ต พุ่งพรวดขึ้นมาในบัดดล)แล้วไหนจะของขึ้นตามไปด้วยในฉากที่พี่โน้ต วิ่งเข้าไปด่าและถีบใส่หมอรักษ์ เพราะคิดได้ว่าไอ้เชี่ยนี่แหละทำให้เมียกรูตาย

สะเทือนใจที่หก... เรื่องที่พยายามทำให้เป็นเรื่องตลกแล้วไปเสนอ นี่มันเรื่องชีวิตจริงพี่เค้านี่ กัดลิ้นตัวเองร้องคาราโอเกะเอย เจอกันครั้งแรกตอนที่กำลังย่างบาบีคิว etc. ช่วยด้วย จะเศร้าไปถึงไหนฟระ

kodruk1.jpg

ประทับใจแรก...เออ เข้าใจเอาการพากษ์เสียงหนังจีนมาแบ่งให้เรารู้สึกอย่างชัดเจนว่าอันไหนเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องเล่า ชอบ ๆ

ประทับใจต่อมา...จังหวะของหนังเรื่องนี้ดีจัง บทจะน่ากลัวก็ทำถึง บทจะเศร้าก็แทบจะฆ่ากันเลย

ประทับใจต่อมาอีก..บทเรื่องนี้ดีจัง สอดคล้องไปซะทุกอย่าง

ไอ้ที่บอกว่าโลงไม้อันนี้มันกำลังจะกั้นเราไปตลอดกาลหนะ หมายถึงลูกที่นอนรอวันเผา (ครบรอบ 100 วันตาย)

ไอ้ที่จู่ ๆ ก็มีโทรศัพท์มาหนะ แดงโทรมาเพราะชียังขาหัก คอเคล็ดหลังจากเหตุการณ์ตกเขาอยู่เลย ก็เลยมางานครบรอบ 100 วันตายของลูกไม่ได้

ไอ้ที่มีมือที่สาม ที่ character ช่างตรงกันข้ามกะพี่โน้ต ที่พระเอ๊ก พระเอก ขี่ม้าขาวมาก ๆ dialog ก็โคตรนิยาย ผู้ชายที่ไหนจะยอมจากไปดั่งสายลม แต่ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เสมอ

อะไรจะบังเอิญมากขนาดนั้น ชู้อยู่ข้างบ้าน มีเหตุคลาดเคลื่อนให้สับรางได้ตลอดเวลา

แค่ได้เห็นโซฟาสีแดงก็อดอมยิ้มไปด้วยไม่ได้ว่าทำไมเค้าถึงต้องซื้อมาตั้งไว้ที่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกยังไง๊ ยังไงก็ไม่ซื้อ เพราะไม่ได้เข้ากะบ้านไม้ริมทะเลเอาซะเลย

ประทับใจที่สุด...ดูเรื่องนี้จบแล้ว รู้สึกรักแฟนขึ้นมาจับขั้วหัวใจ (มันเป็นแค่หนัง แต่ทำไมมันทำให้เรารู้สึกได้ขนาดนี้วะ)

คงต้องไปหาคำตอบกันเอาเองแล้วหละว่าเพราะอะไร แต่สำหรับอีชั้น Get ได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก เพราะมันโคตรรู้สึกใกล้ตัวยังไงบอกไม่ถูก (หรือเป็นเพราะสรรพนามในเรื่องที่ใช้แทนกันว่า ตัวเอง-เค้าด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ซินะ)

แต่ไม่ได้ฟันธงว่าคนที่ดูแล้วต้องรู้สึกแบบนี้เสมอไปนะคะ ใครที่ดูแล้วไม่เสียน้ำตา หรือไม่อิน ก็ไม่ถือว่าผิด เพราะกรอบอ้างอิงหรือประสบการณ์ในชีวิตของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน แต่ที่อีชั้นฟันธงแน่ ๆ หนะ "โครตรักหนังเรื่องนี้เลยคะ"

2006/Jun/09

เรารักในหลวง...

คำนี้ฟังดู intrend มากที่สุดในขณะนี้ไม่แพ้เสื้อสีเหลืองที่สามารถพบเห็นได้ตามท้องถนน จนฝรั่งต่างพากันแปลกใจ

"What's happen?

Why i always see this sticker?

Why many thai people wearing yellow T-shirt?"

star.gif

อีชั้น...ชะนีไทยแม้จะมีเชื้อสายจีนกะเค้าอยู่บ้าง (ไม่เชื่ออะดิ๊ เพราะอีชั้นไปทำตัวให้ดำจนไม่เหลือความเป็นจีนแล้วกระมัง) แต่ก็อดภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยไม่ได้ ที่มีในหลวงที่ทรงเป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย

fire2.jpg

ภาพถ่ายจากน้อง K700 i ถ่ายในรถวันก่อนไปรับพิมรักหลังจากเล่นงานดนตรีในสวน (สนามหลวง) เสร็จ เลยถือโอกาสดูไฟไปในตัว

star.gif

ประเทศไหน ๆ ก็ไม่มีโอกาสได้เฉลิมฉลองและแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ได้เท่ากับประเทศไทยของเรา

จะมีมั๊ยหละ...ประเทศไหนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองกันทั้งประเทศอย่างนี้

จะมีมั๊ยหละ...ประเทศไหนที่พร้อมปฏิญาณและทำความดีเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน

จะมีมั๊ยหละ...ประเทศไหนที่ประดับประดาไฟและธงสัญลักษณ์ประจำพระองค์จนเต็มท้องถนน

fire3.jpg

รูปนี้ไหวติงเล็กน้อย เพราะถ่ายขณะที่รถกะลังวิ่ง

star.gif

แปลกใจอะดิ๊ ที่อีชั้นมาแปลกในวันนี้ หลังจากที่ห่างหายไปซะนานจากพื้นที่เล็ก ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพที่ดีแห่งนี้ ก็เหตุผลเดิม ๆ แหละคะ กับการไปรับผิดชอบภาระกิจหน้าที่การงานอันหนักอึ้ง ทำงานสายงานธุรกิจเพลงแบบนี้ เรื่องเวลาไม่ต้องพูดถึงคะ ยุ่งซะไม่มี (ไม่มีเวลาพัก)

วันนี้ 9 มิ.ย.49 มาทำงานด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่ที่บริษัทประกาศเชิญชวนให้พนักงานทุกคนร่วมกันใส่เสื้อสีเหลืองมาทำงานแล้ว แม้ว่าทางราชการจะประกาศให้เป็นวันหยุดก็ตาม แต่งานอีชั้นไม่สามารถหยุดได้จริง ๆ คะคุณ

fire4.jpg

รูปนี้ชอบตรงที่โฟร์กราวด์ไหวติง แต่แบคกราวน์แอบชัด เออ...ก็สวยดีเน๊าะ

star.gif

พอมาถึง office สิ่งแรกที่เห็นคือทุกแผนกต่างเปิดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดพิธีการ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม จนชวนขนลุกกับการพร้อมใจกันทำในสิ่งที่คนไทยทุกคนพร้อมใจและยินดีแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน

fire5.jpg

รูปนี้ Amazing Thailand มาก ๆ เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าน้อง K700i เค้าจะถ่ายกลางคืนได้งามงดซะขนาดนี้ ดูดิ๊ ขลังซะไม่มี ทหารบึกบึนยืนถือปืนอยู่หน้าพระราชวัง โอ้ว ว ว แม่เจ้า

star.gif

พอเห็นพระพักตร์ของท่านหลังจากเสร็จพิธี เท่านั้นแหละ ชะนีบ่อน้ำตาตื้นอย่างอีชั้นก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ มันบอกไม่ถูกจริง ๆ ว่าทำไม แต่อีชั้นเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็เป็นเยี่ยงนี้ (ฉิมิเคอะ)วันนี้เลยรู้สึกมีความสุขยังไงบอกไม่ถูกเลยคะ

"ขอจงทรงพระเจริญ"

star.gif

จบเรื่องซึ้งแค่นี้ละกัน ไม่งั้นเดี๋ยวขัดกับ Character ชะนีก๋ากั่นอย่างอีชั้น blog นี้ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องเสื้อสีเหลืองแล้ว จะจบแค่นี้คงจะดูสั้นไป ขอโยงเรื่องมาที่ activity ดี ๆ ที่อีชั้นได้ไปร่วมงานมาละกันคะ

งานนี้ คลื่นอ้วนเค้าจัดอีกตามเคย T-Shirt Festival ครั้งที่ 2 สาเหตุที่อยากไปเพราะ

1.แห้วจากงาน jazz festival อันเนื่องมาจากติดถ่ายงาน

2.อยากลองไปงานนี้ดูบ้าง เพราะปีที่แล้วไม่ได้ไป

3.อยากไปดูคอนเสิร์ต ศิลปินในดวงใจ ที่ปีนี้มากันตรึม ม ม

4.ได้ไปทำบุญด้วย เพราะรายได้บัตรเข้างานมอบเป็นการกุศล (แต่ให้ใครจำไม่ได้อะ)

แม้จะไปถึงงานเย็นย่ำแล้วก็ตามที แต่อีชั้นก็ไปสะดุดอยู่ที่ บูธการกุศล idea กิ๊บเก๋ ชนะเลิศ เกินใคร ที่มิได้มาเพื่อหวังผลกำไร แต่มาเพื่อร่วมหาผู้ใจบุญซื้อเสื้อให้น้อง (เด็กหญิงบ้านราชวิถี)

IMAGE_118.jpgIMAGE_119.jpg

มี screen หลายแบบ แต่ถูกใจลายนี้

star.gif

Concept คือ ถ้าเราซื้อเสื้อ 1 ตัว ในราคา 250 บาท น้องอีกคนที่อยู่บ้านราชวิถี จะได้รับด้วย โดยน้องเค้าได้รับไว้ก่อนแล้ว และเราสามารถเขียน cards ถึงน้องคนนั้น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน น่ารักมะ ประทับใจ concept เลยโดนไปซะ 1 ตัว

IMAGE_113.jpg

ตัวนี้แหละที่โดน

IMAGE_117.jpg IMAGE_116.jpg

โฉมหน้าน้องฝ้าย น้องที่ได้รับเสื้อ Screen เดียวกัน จากอีชั้น

star.gif

แล้วอีชั้นก็เขียนการ์ดให้น้องฝ้ายเค้าไปให้เป็นเด็กดีตั้งใจเรียน เขียนเสร็จปุ๊บหน้าก็บานน้ำหนักขึ้นมาอีกสองขีดได้มั๊ง เพราะอิ่มบุญ อิ๊ อิ๊ อิ๊

หลังจากนั้นก็เห็นพี่ป๊อดของเรานี่แหละที่มาแหมะอยู่ที่บูธเดียวกันนี้เหมือนกัน

kor-tshirt.jpg tong-tshirt1.jpg

พี่ก้อและพี่โต้ง พอดีหวานใจสนิทกะพี่เค้า ก็เลยได้ถ่ายรูปประชิดแนบชิดซะขนาดนี้ หลังจากที่เค้าเล่น concert ร่วมกันเสร็จในนาม Save de last piece & ก้อ

กรี๊ด ด ด ด พี่โต้ง i love ยู จุ้ ฮุก กรู ฮิ้ว ว ว ว !!!

star.gif

มีฟามสุขจิงว๊อย ย ย

ขอบคุณนะตัวเอง ที่ถ่ายรูปให้เค้ากะพี่โต้ง

จุ๊บ จุ๊บ

2006/Apr/29

หายไปซะนาน-นม (แถม นมก็ยังคงไม่มีมานม-นาน)

เฮ้อ...เพ้ออีกแว้วตู

คือแบบว่าอารมณ์ดีคะ เดือนนี้แม้จะมีภาระหน้าที่การงานอันคับคั่งแต่ก็ยังคงได้กำลังใจที่ดีจากทั้งเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ร่วมโลก ที่ยังคงจำวันเกิดอีช้านกันได้ อ้อ...ยังมีจากลูกชายทั้งสองอีกด้วยคะ

อัดอั้นมานาน วันนี้ฤกษ์งามยามดี มีโอกาสได้อัพ blog ด้วยเทคโนโลยี hi-speed กะเค้าซะที งวดนี้เลยขอกระหน่ำ post รูป ให้หนำจัยไปเลยค่า

25 เม.ย. : วันนี้กิจกรรมของพวกเราก็ยังคงเหมือนปกติอย่างทุกวัน ที่ทำงานเสร็จก็ต้องกลับห้องมามั่วสุมกะเพื่อนสาวและลูกลิงอีก 2 ตัว เสร็จสรรพจากงานก็นัดพบกัน ณ ตลาดโชคชัยสี่เหมือนเคย

นึกครึ้มบ้าอะไรกันไม่รู้ ทั้ง bat bat maru และพิมรัก ซื้อนาฬิกาข้อมือติงต๊องมาใส่กันใหญ่ (มันซื้อตามแม่มันคะคุณ ไม่เชื่อก็ดูรูปเอาละกัน)

อิ๊ อิ๊ น้องกบสีเขียว ที่ใส่มานานจนเป็นเขียวอมดำไปซะแล้ว

แต่ที่ขำไปกว่านั้น นางนี้คะ ชียังใส่นาฬิกา hip hop ประดับประดาด้วยเพชร ทนเห็นอาการอวดโชว์ของอีชั้นและลูก ๆ ไม่ได้ ชีก็เลยเอาพวงกุญแจมาผูกกะนาฬิกาให้มันรู้แล้วรู้รอด จนออกมาเป็นอย่างในรูป

อืม...ตุ๊ดก็อัจฉริยะงี้นี่เอง 555

24.00 น. เข้าสู่วันใหม่ของวันที่

26 เม.ย. : ซึ่งวันนี้ตามสำเนาบัตรประชาชน ที่มีใบหน้าอันเสร่อติดอยู่ที่บัตรละม้ายเขมรลองยา บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า วันนี้คือวันเกิดอีชั้นคะ แต่ด้วยความที่เป็นชะนีเซอร์ ๆ ใช้ชีวิตเรียบง่ายเลยไม่ค่อยซีเรียสหรือให้ความสำคัญอะไรกะวันนี้ซะเท่าไหร่นัก

พิมรักไปซ้อมดนตรีมี bat bat maru กะ michelle ไปนั่งให้กำลังใจ และปล่อยให้อีชั้นเป็นผีแม่บ้านเฝ้าห้อง เพราะออกตัวเองแหละว่าไม่อยากไป ก็วันพรุ่งมันวันเกิดนี่คะ ก็เลยอยากตื่นเช้ามาใส่บาตรเลยไม่ออกไปกะพวกเค้า แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น

ปลื้มจัยเป็นที่สุด มีคนมา surprise เอาหนมเค้ก s&p มาให้ตอนเที่ยงคืนเป๊ะ พร้อมกับของขวัญอีก 2 สิ่งพร้อมการ์ดนี้

คุณพระ ทำไมเค้าช่างเป็นคนดีซะนี่กระไร!!!

(ด้วยจรรยาบรรณชะนี hyper เซอร์ ๆ นางนึงจึงไม่สามารถเปิดเผยบุคคลนั้นให้เป็นที่ล่วงรู้แก่สาธารณะชนได้)อยากรู้ก็ไม่บอก ก ก ก

แต่ดีใจสุด ๆ ไม่คิดว่าจะได้ขนมเค้กก้อนนี้เพราะก่อนหน้านี้ "เจี๊ยบ"เพื่อนที่รังสิตคือเพื่อนคนแรกที่ส่งเพลงมาอวยพรวันเกิดพร้อมกับ sms เพื่อเป็นการตอกย้ำประหนึ่งว่ากลัวอีชั้นจะไม่ได้รับสารที่นางส่งมาซะงั้นแหละ แต่ยังไงก็ขอบใจนะจ๊ะ

ปาดหน้าเค้กเพื่อน ๆ ไปหลายคนเลยนะยะ ยัยเจี๊ยบ แถมยังตั้งกระทู้ในเวปรุ่นอวยพรวันเกิดให้อีก ซึ่งจิตเป็นยิ่งนัก ขอบคุณอีกครั้งจากใจจริงจ๊ะ

03.45 น. : สงสัยยังไม่หนำใจกันกระมัง ฟ้าส่งให้เพื่อนสาวและลูกหอบหิ้วเค้กก้อนโตมาให้อีกหนึ่งก้อน หวัง surprise ชิชะ ช้าไปแว้วมีคนมาตัดหน้าแล้วยะ

แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ อ่านคำอวยพรซะก่อนชอบมากเลยที่บอกว่า

"ขอให้สวย, รวย, อึ๋ม เนี๊ยะ"

เลยต้องตื่นมานั่งกินเค้กก้อนที่ 2 ของคืนนี้ ความอร่อยไม่ได้อยู่ที่รสชาดของเค้กแล้วหละ แต่มันอยู่ที่ความตั้งใจของพวกเค้าทั้งสามที่อุตส่าห์นั่งรถไปซื้อที่ food land กัน ขอบคุณนะ

และแล้วก็ได้เวลาเข้านอนซะที เพราะตอนเช้าต้องรีบไปเครียร์งานเพื่อแอบออกมากินมื้อกลางวันกะ family ของจริง

happy สุด ๆ เพราะด้วยความที่นัดกันยากเหลือเกินทั้งคุณประโยชน์และคุณบังอรที่จะสามารถมานั่งร่วมรับประทานอาหารกันอย่างนี้ได้

อิ๊ อิ๊ พ่อ แม่ ลูก

พ่วงมาด้วยน้าพิณ ประหนึ่งแม่นมที่คอยทำกับข้าวอร่อย ๆ ให้กินอยู่เสมอ มื้อนี้ happy จริง ๆ เพราะอีชั้นขอเป็นเจ้ามือเอง

น่าหม่ำซะเหลือเกิ๊น

เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพ shot สำคัญมาอวดอีก เพราะวันเกิดทั้งที อีชั้นก็เลยได้ทีซื้อพวงมาลัยมาไหว้บุคคลสำคัญทั้ง 3 แต่ด้วยรสชาดอาหารญี่ปุ่นในวันนั้นเอร็ดซะเหลือเกินก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปมายืนยัน (เดี๋ยวจะหาว่าแม้วขี้โม้)

หลังจากเลิกงานเราก็มีนัดกันเช่นเคย ครั้งนี้อีชั้นตั้งใจจะเลี้ยงลูก ๆ กะเพื่อนสาวที่คาราโอกิ้ว ตระเวณหาอยู่พักใหญ่ก็ได้ข้อสรุปแถววังหิน ซึ่งก็ใกล้หอพักไฮโซของพวกเรา

ดูหน้าพิมรักมันซะก่อน เหมือนจะรังเกียจแม่มันยังไงไม่รู้

bat bat maru ออกจะนิ่ง ๆ เลยไม่ค่อยจะร้องเพลงโชว์ความบ้าพลังเหมือนพิมรักซะเท่าไหร่

สองสาวพราวเสน่ห์ อี๋ พูดอะไรออกไปฟระ

surprise อีกคนที่ไม่คิดว่าชีจะมา คุณน้องจูน น้องรักอีกหนึ่งคนที่อุตส่าห์ดั้งด้นหลังจากซ้อมดนตรีเพื่อมาตี้กะคุณพี่สาวอย่างอีชั้น

แถมยังให้การ์ดที่สารภาพตอนหลังว่า print ผิดหน้า เออ มันก็ยังบ้าได้ใจป้าเหมือนเดิม ขอบคุณนะคะ

จะ print ถูกผิดยังไงไม่สำคัญ แค่อ่านข้อความข้างในและความตั้งใจก็กินใจคุณพี่แล้วหละคะ ขอบคุณนะคะ

คืนนั้นกลับบ้านไปฝันดีตามระเบียบ (อีเบียบนี่ใครฟระ)

ดีใจและขอบคุณทุก ๆ คนมากคะที่น่ารักกะชะนีอย่างอีชั้น นี่ยังไม่ได้พูดถึงเพื่อน ๆ RT เลยนะเนี๊ยะ ไว้จะมาอัพต่อละกันคะ ยังมีรูปที่ยังไม่ได้ blue tooth อีก แล้วจะเอามาอวดทีหลัง

ขอบคุณนะคะ ที่น่ารักเสมอต้น เสมอปลาย แม้จะเป็นเวลาอันสั้นแต่ทำไมรู้สึกเหมือนเรารู้จักกันนานก็ไม่รู้เน๊าะ

ช้าน น มี ความ สุข


Som Ying Sing A Song
View full profile