อยู่ทน หรือ ทนอยู่
วลีเด็ด...จากใบปิดหนังเรื่องล่าสุดที่ได้ไปลิ้มมา และขอบอกว่าประทับจิตเอาซะมาก ๆ

ตัวหนังสือต่อไปนี้กะลังจะพูดเกี่ยวกับเรื่อง "โครตรัก เอ็งเลย" ถ้าใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ แล้วไม่ชอบรู้เรื่องก่อนขอบอกว่า entry นี้คุณอย่าอ่านเลยคะ เพราะอีชั้นจะพูดให้หมดเปลือกถึงความน่ารักและประทับใจในหนังเรื่องนี้
อารมณ์แรกหลังจากได้รับ forward mail ที่มาในรูปแบบของ mv.เพลงเขียนถึงคนบนฟ้า แว๊บแรกที่เปรยขึ้น
"แม๊ม...เอ๊ย เฉลยหมดซะอย่างนี้ก็รู้เรื่องหมดเลยดิ๊วะ"
เพราะใน mv.นี้บอกซะหมดเลยว่า "แดง" ภรรยาของพี่โน้ต อุดมในเรื่องขับรถตกเขาตาย
แต่พอนั่งดู mv.ต่อมาอีกอึดใจ ก็ต้องน้ำตาไหล เพราะรู้ว่าเป็นหนังที่มาจากเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ชายที่ชื่อ พิง ลำพระเพลิง
"โอ้ว...คุณพระ ทำไมมันช่างเศร้าอย่างนี้" ก็เล่นใส่ภาพที่พี่พิงกำลังกำกับไปด้วยน้ำตา เพราะเป็น location จริง (บ้านของพี่พิงนั่นเอง) หนำซ้ำเมื่อดูเครดิตท้ายของเพลงยังได้รู้ว่า เอ๊า นี่มันผลิตผลชนเผ่าของเราเองนี่หว่าที่แต่งเพลงนี้ แล้วพี่พิงก็ร้องเพลงนี้เองซะได้อารมณ์
เลยได้แต่เฝ้ารอให้ถึงวันที่หนังเรื่องนี้ลงโรง เพราะคันมากแล้ว อยากไปดูสุด ๆ
เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ ผ่านไปเกือบครึ่งเรื่องรู้สึกเหมือนโดนฟาดหัวอย่างจัง ด้วยวิธีเล่าเรื่องของพี่พิง ที่ดูทันสมัยดีจัง (ขอย้ำว่าชอบวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ รู้สึกว่าไม่บ้านดี เพราะพี่เค้าเล่าเรื่องสลับไปมาและพร้อมที่จะหักมุมอยู่ตลอดเวลา)

ไอ้ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบดูหนังมากบวกกับการที่ชอบคิดและเดาหนังไปก่อนล่วงหน้า ซึ่งเป็นข้อเสียของเด็กนิเทศฯ มาก ๆ ทำให้อรรถรสของหนังเรื่องนั้นหายไปในบัดดล ถ้าหากเราเดาถูกทาง
เรื่องนี้อีชั้นเดาได้พอเลา ๆ ว่า "แม๊ม...หลอกว่าเมียตายไม่พอ หักมุมมาหลอกว่าพี่โน้ตตายอีก คราวนี้แม๊งก็คงลูกตายแล้วหละ" เลยรู้สึกนิ่ง ๆ ไป แต่พอท้ายสุด ถึงกับ amazing ที่เดาไม่ถูกว่าเค้ามีลูกฝาแฝด แล้วไอ้ที่กรูร้องไห้ไป 2 รอบนั้นหนะ...เป็นลูกเค้าตาย ไม่ใช่รงค์ (พี่โน้ต)หรือแดง (ภรรยา)ตาย ใด ๆ ทั้งสิ้น

โอ้ว...กรูโดนฟาดหัวอย่างจังอีกแล้ว แต่ดีจัง ไม่รู้สึกว่ามีรูโหว่ใด ๆ ในเรื่องของบทเลยซินะ เพราะพี่พิงเค้ามาจากสายคนเขียนหนังสือ เขียนบทละครโทรทัศน์อยู่แล้วนี่ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องข้อบกพร่องในเรื่องนี้ (อันนี้ไม่ได้อวยกันนะคะ ชอบจริง ๆ)เพราะหลายคนกลัวว่าเรื่องนี้จะออกมาเป็นละคร แต่นี่ออกมาเป็นหนังจริง ๆ คะ และเป็นหนังที่คนในวัยใกล้เลข 3 อย่างอีชั้น เดินจูงมือตาบวมออกมาจากโรงหนังกะแฟนได้อย่างไม่อายสายตาประชาชี แถมยังรู้สึกสอดคล้องกับชื่อเรื่องเข้าอย่างจังว่า อืม...เค้าโคตรรักตัวเองเลยหวะ ซึ่งเป็นการตอกย้ำสถาบันครอบครัวได้เป็นอย่างดีจริง ๆ

มันทำให้เรารู้สึกว่าคนใกล้ตัวเรานี่แหละที่เราต้องถนอมน้ำใจเค้าให้มาก ๆ รักเค้าก็แสดงออกไปดิ๊ ไม่มีใคร perfect ไปหมดทุกอย่าง (โอย..ซอยข่อยแน! อยากจะ sad อีกซักรอบ)
สะเทือนใจแรก...ทำไมนางเอกตายเร็วอย่างนี้วะ เพิ่งทะเลาะกันมาจะจบแบบนี้ไม่ได้ ยังไม่เครียร์ ช้านไม่ยอม
สะเทือนใจที่สอง...อ้าว พี่โน้ต พระเอกในดวงใจของชั้นเองหรอกเหรอที่ตาย นี่หลอกกรูนี่ ว่าเมียตาย ไม่ได้นะ พี่โน้ตของช้านจะมาโดนรถชนตายแบบนี้ไม่ได้นะ เรื่องกำลังจะไปได้ดีแล้วไง
สะเทือนใจที่สาม...การเอา character ของคนตลกมาตอกย้ำให้เรารู้อยู่ทนโธ่ว่าเค้าเศร้า (เลยรู้เลยว่า คนไทยแม๊มยังดูหนังไม่เป็นอีกซักครึ่งโรงได้มั๊ง รู้เลยว่ากะมาขำหน้าพี่โน้ต แต่เค้าเศร้าอยู่โว๊ย เมิงขำเชี่ยอะไรกัน เค้าเศร้ามรึง เค้าเศร้า นกเอี้ยงกะลังจะบินมาเกาะอยู่ทนโธ่)
สะเทือนใจที่สี่...ภาพการเคยนอกใจแฟน fash back มาบาดใจตัวเองซะจนรู้สึกแย่ซะแย่ยิ่งกว่าอะไรซะอีก
สะเทือนใจที่ห้า... scence ที่ต้องทนจูบกับแฟนเราทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งนอกใจเค้าอยู่หยก ๆ คุณพระ นี่ชั้นกำลังทำอะไรอยู่(อาการเห็นอก เห็นใจพี่โน้ต พุ่งพรวดขึ้นมาในบัดดล)แล้วไหนจะของขึ้นตามไปด้วยในฉากที่พี่โน้ต วิ่งเข้าไปด่าและถีบใส่หมอรักษ์ เพราะคิดได้ว่าไอ้เชี่ยนี่แหละทำให้เมียกรูตาย
สะเทือนใจที่หก... เรื่องที่พยายามทำให้เป็นเรื่องตลกแล้วไปเสนอ นี่มันเรื่องชีวิตจริงพี่เค้านี่ กัดลิ้นตัวเองร้องคาราโอเกะเอย เจอกันครั้งแรกตอนที่กำลังย่างบาบีคิว etc. ช่วยด้วย จะเศร้าไปถึงไหนฟระ

ประทับใจแรก...เออ เข้าใจเอาการพากษ์เสียงหนังจีนมาแบ่งให้เรารู้สึกอย่างชัดเจนว่าอันไหนเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องเล่า ชอบ ๆ
ประทับใจต่อมา...จังหวะของหนังเรื่องนี้ดีจัง บทจะน่ากลัวก็ทำถึง บทจะเศร้าก็แทบจะฆ่ากันเลย
ประทับใจต่อมาอีก..บทเรื่องนี้ดีจัง สอดคล้องไปซะทุกอย่าง
ไอ้ที่บอกว่าโลงไม้อันนี้มันกำลังจะกั้นเราไปตลอดกาลหนะ หมายถึงลูกที่นอนรอวันเผา (ครบรอบ 100 วันตาย)
ไอ้ที่จู่ ๆ ก็มีโทรศัพท์มาหนะ แดงโทรมาเพราะชียังขาหัก คอเคล็ดหลังจากเหตุการณ์ตกเขาอยู่เลย ก็เลยมางานครบรอบ 100 วันตายของลูกไม่ได้
ไอ้ที่มีมือที่สาม ที่ character ช่างตรงกันข้ามกะพี่โน้ต ที่พระเอ๊ก พระเอก ขี่ม้าขาวมาก ๆ dialog ก็โคตรนิยาย ผู้ชายที่ไหนจะยอมจากไปดั่งสายลม แต่ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เสมอ
อะไรจะบังเอิญมากขนาดนั้น ชู้อยู่ข้างบ้าน มีเหตุคลาดเคลื่อนให้สับรางได้ตลอดเวลา
แค่ได้เห็นโซฟาสีแดงก็อดอมยิ้มไปด้วยไม่ได้ว่าทำไมเค้าถึงต้องซื้อมาตั้งไว้ที่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกยังไง๊ ยังไงก็ไม่ซื้อ เพราะไม่ได้เข้ากะบ้านไม้ริมทะเลเอาซะเลย
ประทับใจที่สุด...ดูเรื่องนี้จบแล้ว รู้สึกรักแฟนขึ้นมาจับขั้วหัวใจ (มันเป็นแค่หนัง แต่ทำไมมันทำให้เรารู้สึกได้ขนาดนี้วะ)
คงต้องไปหาคำตอบกันเอาเองแล้วหละว่าเพราะอะไร แต่สำหรับอีชั้น Get ได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก เพราะมันโคตรรู้สึกใกล้ตัวยังไงบอกไม่ถูก (หรือเป็นเพราะสรรพนามในเรื่องที่ใช้แทนกันว่า ตัวเอง-เค้าด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ซินะ)
แต่ไม่ได้ฟันธงว่าคนที่ดูแล้วต้องรู้สึกแบบนี้เสมอไปนะคะ ใครที่ดูแล้วไม่เสียน้ำตา หรือไม่อิน ก็ไม่ถือว่าผิด เพราะกรอบอ้างอิงหรือประสบการณ์ในชีวิตของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน แต่ที่อีชั้นฟันธงแน่ ๆ หนะ "โครตรักหนังเรื่องนี้เลยคะ"
























