2005/Nov/07

"Fat Festival เทศกาลดี ๆ มาตั้งแต่ปี 2544"

Slogan ประจำปีนี้ของคลื่นในดวงใจของอีชั้น แม้ว่าความโต ๆ มัน ๆ ได้สลายไขมัน กลายร่างเป็นคลื่นเพลงไทยยอดนิยมไปแล้วก็ตาม แต่ Festival โดนใจแบบนี้หาคลื่นไหนจัดแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

ปีนี้ตรงกับเสาร์ 5- อาทิตย์ 6 พฤศจิกายน 2548 จัดขึ้นที่แดนเนรมิต (เก่า)

งานนี้เล่นเอาเกือบจะหมางกะเพื่อนซี้ hyper gangs ที่ทำทีจะไปลั๊น...ลาที่ภูกระดึง แต่อีชั้นเป็น number แรกที่เบี้ยว เพราะไม่สามารถพลาดงานดี ๆ นี้ได้จริง ๆ ไม่งั้นคงนั่งโกรธตัวเองไปอีกนาน ก็มันไม่มีอะไรเป็นตัวเราได้มากเท่านี้แล้วอะ

แม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจให้เราได้มาพบกันนัก แต่อีชั้นก็บ่ยั่นค่ะคุณขา "อยู่ใต้ฟ้าจะกลัวอะไรกะฝน" ชิมิเคอะ อยากตกก็ตกไปดิ๊ ชั้นมีร่ม....

ระบบรปภ.ครั้งนี้พูดจาประหนึ่งมีสุนัขนอนอยู่ในปาก เพราะจะไม่ให้เอาร่มเข้างาน (ในวันแรก)ก็เข้าใจอยู่หรอก ว่าป้องกันภยันอันตราย แต่ชะนีพุงโลอย่างเราจะไปมีพิษสงอะไรกะใครเค้า ไม่มี๊.... ด้วยอิทธิฤทธิ์ฟ้าฝนที่พี่แกเล่นกระหน่ำมาเป็นระยะทำให้ ท้ายที่สุดป๋าเต็ดของเราก็เลยอนุโลมให้นำอาวุธป้องกันฝนชนิดนี้เข้างานได้ตามระเบียบ

สิ่งยั่วยุจิตใจสำหรับชะนีอย่างเราเป็นยิ่งนักที่ทำให้ถึงกับลงทุนรีบไปซื้อบัตรที่ Thaiticket Master ตั้งแต่วันแรก....นั่นก็คือเจ้าสิ่งนี้

CD Fat Code ที่ยั่วยุกามรมณ์ทางโสตประสาทหูเป็นที่สุด เพราะฟังแล้วอยากได้มั่ก ๆ เงื่อนไขก็คือ คุณต้องไปซื้อบัตรที่นี่เท่านั้นก่อนวันปิยมหาราช แต่ก็นับว่าคุ้มเพราะบัตรราคา 200 บาท เข้าได้ทั้ง 2 วัน ซึ่งถ้าไปซื้อบัตรหน้างานต้องเสียค่าบัตรวันละ 150 บาท ถ้าอยากสะเอ่อไป 2 วัน ก็ต้องเสียเงินทั้งสิ้น 300 บาท ก็นับว่าคุ้มแหละ เพราะจากการเริ่มเก็บค่าเข้าปีนี้เป็นปีแรก ก็ช่วยทุเลาเรื่องจิ๊กโก๋เสื่อม ๆ ไร้อารยธรรมในการชมคอนเสิร์ตที่ชอบตีกัน.... ปีนี้ไม่มีให้เห็นเลยแหละ มีแต่รักกัน อาศัยภายใต้ที่กันฝนอันเดียวกัน...ชอบ ๆ อีชั้นว่าเก็บแม๊มทุกปีนี่แหละ work

งานนี้ fat เค้ายังคงอินเทรนด้วยการใส่ wristband (แต่เป็นกระดาษ) สำหรับผู้ที่เข้างานแล้ว เผื่อกรณีอยากออกไปสูดหายใจโลกภายนอกบ้างก็ต้องเอาข้อมือตัวเองที่มี เจ้า wristband fat fest five นี้มาโชว์เจ้าหน้าที่

อ้อ...แต่ห้ามลืมบัตรเข้างานใบนี้เข้ามาด้วย เป็นการ screen รอบที่สอง ป้องกันพวกมั่วนิ่มเข้ามาในงาน (ประมาณว่าปีที่แล้วคงมั่วกันสุด ๆ ปีนี้เลยรัดกุมซะ)

โฉมหน้า The Gangs ในวันแรก

ตึ๋งหนืด... wild @ heart

Apple ณ Genie Records

และอีชั้นเอง...สมหญิง Sing A Song

เข้าไปถึงแล้วสิ่งแรกที่ทำให้อีชั้นเสียใจยิ่งนัก ก็คือ ตารางการแสดงของ fat มันเลื่อนอีกแล้วค่ะคุณขา ปัญหาเดียวกะปีที่แล้ว ที่เอาแน่เอานอนกะการแสดงไม่ได้ รู้เป็น guide ได้ว่าวงไหนในดวงใจของใคร เล่นเวทีไหน ทำให้พลาดการแสดงของน้องรักร่วมสายเลือด indie อย่างmini-mint ไปซะได้

"เศร้าจิต...คิดไฉน" แต่ไม่เป็นไรน้องอีชั้นคนนี้ชีเต็มที่อยู่แล้วในทุก ๆ คอนเสิร์ตที่ชีได้ขึ้น

"ถึงคุณพี่ไม่ได้ไปดู...แต่คุณพี่ก็รู้ ว่าคุณน้องเต็มที่ ใช่มั๊ยค่ะ" เสียดายหวะ mint เอ๊ย ป้าพยายามแล้วนะ

(ข่าวจากวงในถึงสาเหตุของการเลื่อน อันเนื่องมาจากวันซ้อมมีการเซ็ทเครื่อง Sound Check กันกระหน่ำ จนทำให้เกิดมลภาวะทางเสียงรบกวนคนในระแวกนั้น ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นไปร้องเรียน ทางตำรวจจึงเข้มงวดและ Stick เรื่องเวลาเป็นที่สุด fat ของอีชั้นก็เลยต้องรีบทำเวลา ปานละฉะนี้เอย...)

แต่ก็น่าแปลกนะ ก็ไอ้ลานเนี๊ยะมันก็ทำเป็นสนามแข่งรถ อยู่บ่อย ๆ มันไม่เสียงดังยิ่งกว่ารึไง หรือเอาง่าย ๆ เมื่อก่อนมันเป็นแดนเนรมิต มีแต่เสียงกรี๊ด ๆ ตลอด แล้วทำไมเค้าอยู่กันได้หว่า...????

ช่างเหอะ มาดูรูป 2 ศรี ลั๊น...ลา ก่อนฝนตกดีกว่า

บรรยากาศร้อนใช้ได้เลยทีเดียว apple ถึงขั้นต้องดื่มน้ำเพื่อชูกำลังในการเดิน shopping cd กันที่บูธต่าง ๆ

ในระหว่างที่กะลังจะไปบูธต่าง ๆ apple ก็เจอพี่บิ๋ม Blissonic คนสวยพอดี เลยได้กดชัตเตอร์มาอวด พอดีว่าวงนี้เค้าอยู่ Genie อะ ก็เลยสามารถถ่ายรูปได้ประชิด ประชันความงามกะจะ ๆ (กล้าปี๊กน้อเรา สีผิวหยิน-หยางมาก ๆ 555)

พิรี้ พิไร อยู่สักพักก็รีบไปดู CD กัน

Save De Last Piece CD ของพี่โต้ง สุดที่รักของเรา (อิ๊ อิ๊ อิ๊ แอบเหมาเอาเองสุดฤทธิ์) ที่รีบเร่งฝีเท้าไปจับจองในระหว่างที่รอดูวงที่ถูกใจ ป้าแอ๊ปกะสมหญิงเลยไปจับมาคนละแผ่น ทุกวันนี้ยัง in love แผ่นนี้อยู่เลยหละ ต้องฝึกร้องให้ได้เพราะปลายเดือนจะมีคอนเสิร์ต Save De Last Piece จัดโดยคลื่นนี้อีกเช่นเคย

อิ๊ อิ๊ อีชั้นมีบัตรเรียบร้อยแล้ว นั่งเล่นเกมส์จนมือหงิก กว่าจะได้บัตร "เฮ้อ...พี่เค้าจะรู้มั๊ยนะ ว่าชะนีอินดี้คนนี้ บ้าพี่เค้าสุด ๆ "

และหลังจาก shop ได้ไม่นานฝนก็ตก เลยมีรูปเท้าเสื่อม ๆ มาให้ดู

น้องเขียวของอีชั้นก็เลยเยินไปถนัดตา

แล้วพวกเราก็ติ๊ต่างว่าอืม...คิดซะว่าเราอยู่ Glastonbury ละกัน

และแล้ววงที่อีชั้นอยากดูก็มาถึง (หลังจากฝนหยุดแล้ว) วงนี้ชื่อว่าวง Kiiiiiii (อ่านว่าคี่) ฟัง DJ. พูดชื่อวงนี้ตอนแรกก็เอะใจแล้วว่า ทำไมมันต้องมี i ตั้ง 7 ตัว

วงนี้เป็นวงมาจากญี่ปุ่น เล่นที่เวทีปราสาท (งานนี้มี 3 เวทีคือเวทีปราสาท, เวทีไวกิ้ง และเวทีรถไฟเหาะ ตั้งอยู่ตาม location เดิมของเครื่องเล่นนั้น ๆ ในสมัยแดนเนรมิตรุ่งเรือง) ซึ่งเหมาะสมกับ Character ของวงนี้เอาซะมาก ๆ เพราะชีทั้ง 2 ออกแนวประสาทสุด ๆ ถูกใจตึ๋งหนืดและเด็กละครอย่างอีชั้นมาก ๆ รู้เลยว่าเค้าเก่งมาก มีเครื่องดนตรีเป็นกลองแค่ 1 ชิ้น กะนักร้องนำ รวมกันเป็น 2 คน แล้วพวกเธอก็จะสรรหา props มาเล่นมาทำให้เกิดเสียง แต่ที่ถูกใจเห็นจะเป็นท่าเต้นที่ดูเหมือนจะแปลงร่างอยู่ตลอดเวลาและการเปิดตัวขโมย scence เวทีอื่น ๆ ด้วยการกรี๊ด ด ด ด ด สนั่นใส่ไมโครโฟน "โอ้ว ว ว คุณพระ ชีบ้าจริง ๆ ค่ะ ชอบ ๆ ๆ "

พยายามเต็มที่แล้วนะ แต่ก็ยังไกลอยู่ดี น้อง k700i เค้า zoom ได้แค่นี้อะค่ะ

ถัดมาเริ่มหิว apple เลยไปซื้ออะไรหม่ำ ส่วนอีชั้นต้องไปส่งส่วยให้ลุง ณ Bekery ที่วันนั้นเปลี่ยนนามสกุลเป็น ณ กุนซือคลับเอาแผ่นจากค่ายของเราไปฝากลุงซะหน่อยก็เลยได้แผ่นนี้มาอีก 1 แผ่น

ก่อนกลับเจอแฟนเราอีกคน ที่เห็นทีไรแทบอยากจะเข้าไปขย้ำด้วยความอ้วนกลม ใจดีและขี้อายของเค้า พี่บอย ตรัย

แต่ว่ารูปนี้อีชั้นเยินมากแล้วอะ (ลุงถ่ายรูปเราไม่สวยเลยอะ) พี่บอยเค้าตัวสูงอะ เลยติดแค่หูพี่บอย เอาหนะ...ลัดดา เธออย่ามากเรื่อง ได้ถ่ายก็บุญแล้วมรึง เขินจนหน้าดำเลยมรึง ถืออภิสิทธิ์สุด ๆ แล้วนะเนี๊ยะ ขนาดสาว ๆ กำลังถ่ายรูปกะพี่บอยอยู่ แต่จู่ ๆ อีนี่ก็แซงคิวซะงั้น ก็แหม...ลุงเราซะอย่าง ชิมิเคอะ 555

โดยรวมแล้วระบบเสียงของเวทีรถไฟเหาะจัดว่าเสียงแย่ที่สุด แม้ว่าคนคุม mix จะเป็นฝรั่งก็ตามที เข้าใจว่าด้วยความกดดันจากชาวบ้านบริเวณนั้นเลยทำให้ไม่สามารดึงเสียงให้ดังขึ้นได้ ทำให้ Sound วันนั้นเป๊าะ แป๊ะ ไม่เสนาะหูเอาซะเลย

โถ...Dead of A Sale Man ของอีชั้นเลยพลอยไม่มันส์ไปด้วย ทั้ง ๆ ที่วงนี้เล่นสดโอเควงนึงเลยทีเดียว

เสียดายอีกหนึ่งวงในดวงจิต Futon ที่ไม่สามารถรออยู่ดูได้ อันเนื่องมาจากสภาพฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจ ทำให้ต้องรีบจรรีกลับบ้านก่อนที่จะเปี่อยจนไม่สามารถมางานในวันพรุ่งได้

เช้าวันอาทิตย์ ยังคงกติกาเดิมด้วย wristband fat fest five เพียงแค่เปลี่ยนสีเท่านั้นกันอ้ายพวกมั่วนิ่มทั้งหลาย

วันนี้สมาชิกร่วมก๊วนเปลี่ยนไปอันเนื่องมาจาก apple มีทะลุ เลยได้น้องปาล์ม มือเบส อัศจรรย์จักรวาลและเจมส์ ณ Small Room มาร่วมสมทบกะสมหญิงและตึ๋งหนืดเช่นเคย

โชคดีที่ตึ๋งหนืดโทรเช็คกะพี่ป๊อดถึงได้รู้ว่า Modern Dog ได้ขึ้นโชว์ตอนบ่าย 2 ก็เลยรีบเบิ่งไปงาน และผลบุญก็บังเกิดเพราะไปทันพี่ป๊อดโชว์พอดิบ แต่ไม่ได้กดชัตเตอร์มาอวด"เพราะว่าเราห่าง ไกลกันเหลือเกิน" (คือว่าเวทีนี้มันใหญ่ที่สุดอะค่ะคุณ และอีชั้นก็มัวแต่ส่งกระแสจิตไปให้พี่เมธี, พี่โป้งและพี่ป๊อด ของอีชั้นนั่นเอง)

อืม... Sound Great ค่อยยังชั่วหน่อย สมศักดิ์ศรีหมาทันสมัย เสียงแจ่มใช้ได้เลยทีเดียว กลองเป็นกลอง เบสเป็นเบส กีต้าร์เป็นกีต้าร์

และแล้วอีกหนึ่งวงที่ปรารถนาจะได้ยลนั่นก็คือวงนี้ YMCK ถ้าใครที่อยู่ในวงการงานเพลงโดยเฉพาะโฆษณาจะต้องรู้จักวงนี้ ชาย 2 (รึเปล่า) พร้อมด้วยเครื่องดนตรีประมาณคีย์บอร์ดและ Mac คนละ 1 เครื่องและนักร้องนำหญิงอีก 1 คน ที่มาพร้อมกับเสียงน่ารัก ๆ style ญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ก้อพวกเค้าเป็นยุ่นนั่นแหละ

แต่ที่เก๋ไก๋ไปกว่านั้นคือวงนี้เค้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากพวกเกมส์ nintendo หรือเกมส์ computer ต่าง ๆ พวกเค้าก็เลยเอาเสียงเหล่านั้นมาใส่ไว้ตอนต้นและท้ายของเพลง น่ารักโคตร ๆ ร้องไปเต้นไป มีท่าทางและ bloging ตลอดเวลา เป็นอีกหนึ่งวงที่ดูไปก็หุบยิ้มไม่ลง

ระหว่างดู YMCK ภายใต้ร่มกอล์ฟคันโตที่หลบตัวอยู่ในนั้น 4 ชีวิตด้วยกัน

ชาว Small Room : เฮ้ย...เจมส์

เจมส์ : เฮ้ย...เจ๋งหวะ สุดยอด

แล้วฝนก็ตกหนัก ก ก ก

ชาว Small Room : เฮ้ย...ขอหลบด้วยนะ ขอหลบด้วยคนนะครับ

น้องปาล์ม : ยิ้ม

สมหญิง : ยิ้ม แฮะ แฮะ

ตึ๋งหนืด : เฮ้ย...สถิติใหม่ได้ 5 คน เมื่อวานได้ 3 คน

ทั้งหมด : หัวเราะท่ามกลางสายฝน

แล้วโชว์ก็ต้องหยุดไปชั่วขณะ

หลังจบโชว์ของ YMCK

ตึ๋งหนืด : อ้าว ว ว

ขวัญ Groovy Airline : อ้าว...เมื่อกี้ไปขอลายเซ็นต์ YMCK มาหลังเวทีด้วยแหละ ชอบมากเลย

ตึ๋งหนืด : ว่าจะไปซื้อแผ่นเหมือนกัน

ขวัญ Groovy Airline : หมดแล้วแหละ เห็นพวก DJ. เค้าโทรเช็คกันอยู่

สมหญิง : อ้าว...อดซื้อเลย

ขวัญ Groovy Airline : เสียดายจัง ขวัญต้องรีบกลับ พอดีเพื่อนลืมกุญแจรถไว้ที่ขวัญ

สมหญิง : โห..แย่เลย น่าเสียดาย

ขวัญ Groovy Airline : ไว้ค่อยเจอกันค่ะ

ตึ๋งหนืด : ไว้คงได้เรียกใช้งานกันแหละ

สมหญิง : บ๊าย บาย ค่ะ